“หงส์แดง” กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

หงส์แดง กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยิ้มอย่างสบายใจจนเห็นฟันขาวสดใสของเขาส่องแสงใต้แสงสปอตไลท์ ขณะที่เขาเดินออกจากสนามแอนฟิลด์ และเขาดื่มด่ำกับแฟนๆหลังเกมที่พลพรรค “หงส์แดง” เปิดบ้านเอาชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 2-1 ในเกมลีกเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

มันไม่ใช่ฟอร์มที่สุดยอดนักของ ลิเวอร์พูล แต่ คล็อปป์ ก็รู้ดีว่ามันเป็นชัยชนะที่สำคัญ หลังจากที่ 2 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมคู่แข่งลุ้นแชมป์ภายใต้การนำของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปน ทำได้แค่บุกไปเสมอกับ นิวคาสเซิ่ล ที่สนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ค 2-2 ซึ่งทำให้ “เรือใบสีฟ้า” มีแต้มตามหลัง “หงส์แดง” ถึง 11 คะแนนแล้ว

ในเกมกับ ไบรท์ตัน นั้น ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 2 ลูก จากการโหม่งของ เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ กองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ โดยการเปิดฟรีคิกของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็คขวาดาวรุ่งชาวอังกฤษ ก่อนที่ อลิสสัน เบ็คเกอร์ นายทวารทีมชาติบราซิลของ “หงส์แดง” จะทำแฮนด์บอลนอกกรอบเขตโทษ และโดนใบแดงไล่ออก จากนั้น ลูอิส ดังค์ ปราการหลัง ไบรท์ตัน ยิงตีไข่แตกจากลูกฟรีคิกในช่วง 20 นาทีสุดท้ายของเกม

ในบางเกมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้ลงเล่นในฟอร์มที่ดีที่สุดของพวกเขา และเกมกับ ไบรท์ตัน ก็เป็นอีกครั้งที่พลพรรค “หงส์แดง” แสดงให้เห็นถึงความหละหลวมในแนวรับ ซึ่งส่งผลให้พวกเขาไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้

อย่างไรก็ตาม ลูกทีมของ คล็อปป์ ก็แข็งแกร่งพอที่จะรักษาสกอร์เอาไว้ได้ ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครในเกมพรีเมียร์ลีก มาถึง 31 เกมแล้ว โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 14 นัดติดต่อกันที่สนาม แอนฟิลด์ และปัจจุบันพวกเขานำเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนน โดยมีแต้มนำ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 อยู่ 8 คะแนน

แกร์รี่ เนวิลล์ อดีตกองหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งรับบทกูรูให้กับ “สกายสปอร์ต” สื่อกีฬาชั้นนำแดนผู้ดี กล่าวเมื่อเร็วๆนี้ว่า ลิเวอร์พูล ทีมนี้ เตือนให้เขานึกถึง แมนฯยูไนเต็ด ในยุครุ่งเรืองภายใต้การนำของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดผู้จัดการทีมชาวสก็อตแลนด์

เนวิลล์ มองว่าลูกทีมของ คล็อปป์ มีพลังในการเล่นและสามารถเอาตัวรอดได้ในนัดที่ฟอร์มไม่ดีนัก อาทิ ในเกมกับ คริสตัล พาเลซ, แอสตัน วิลล่า, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ “หงส์แดง”มีความยืดหยุ่นในเกมเช่นเดียวกับที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขาทนต่อแรงกดดันในช่วง 20 นาทีสุดท้ายในเกมกับ ไบรท์ตัน ได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม มีความสำคัญเช่นเดียวกับที่ ลิเวอร์พูล สามารถทำประตูได้ทุกรูปแบบ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกชาวอิยิปต์, ซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกชาวเซเนกัล และ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ดาวยิงทีมชาติบราซิล ยังคงเป็นแกนหลักในแนวรุก ขณะที่ การโหม่ง 2 ประตู ของ ฟาน ไดจค์ ในเกมกับ ไบรท์ตัน นั้น ก็แสดงให้เห็นถึงการเล่นลูกเซ็ตพีทที่น่ากลัว

จากข้อมูลของ Opta ระบุว่าตอนนี้ ลิเวอร์พูล ทำประตูได้ 40 ลูก จากลูกเซ็ตพีท นับตั้งแต่เริ่มต้นซีซั่นที่แล้ว ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมันมากกว่าทุกทีมในพรีเมียร์ลีกและพลพรรค “หงส์แดง” ทำประตูจากลูกโหม่งไปถึง 29 ประตู

คล็อปป์ แสดงให้เห็นถึงการรับมือที่ดี

คล็อปป์ แสดงให้เห็นถึงการรับมือที่ดีในช่วงที่ ลิเวอร์พูล ต้องขาด ฟาบินโญ่ ห้องเครื่องคนสำคัญชาวบราซิล ที่ได้รับบาดเจ็บและต้องพักยาวไปจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า โดยกุนซือชาวเยอรมัน ระบุว่าแข้งแซมบ้า เจอปัญหาใหญ่ที่ข้อเท้า หลังจมเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ นาโปลี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในเกมกับ ไบรท์ตัน นั้น อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ ถูกส่งลงสนาม แต่เขาไม่ได้เล่นในตำแหน่งของ ฟาบินโญ่ โดย คล็อปป์ เลือกที่จะให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม รับบทบาทแทน ร่วมกับ จินี่ ไวจ์นัลดุม แข้งชาวดัตช์ ที่ยืนขนาบข้าง

อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ถูกใช้เป็นกองกลางตัวรุกที่คอยทะลุทะลวงตรงกลางสนาม และไล่ตัดบอลจากการขึ้นเกมของ ไบรท์ตัน รวมถึงใช้พลังขับเคลื่อนแดนกลางให้กับ ลิเวอร์พูล และเขาก็สามารถทำงานที่ คล็อปป์ สั่งได้อย่างยอดเยี่ยม

อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ไม่ได้ลงสนาม 2 นัดติดกันให้กับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่จากอาการบาดเจ็บของ ฟาบินโญ่ นั้น กองกลางชาวอังกฤษ น่าจะมีบทบาทกับทีมของ คล็อปป์ มากขึ้น และเขามีเส้นทางที่น่าตื่นเต้นรออยู่

ข้อมูลจากการติดตามในพรีเมียร์ลีกแสดงให้เห็นว่า ลิเวอร์พูล วิ่งไป 112.8 กม. ตลอดระยะเวลา 90 นาที เมื่อเทียบกับทีม ไบรท์ตัน ของกุนซือ เกรแฮม พอตเตอร์ จากผลงานใน บ้านผลบอล ซึ่งมีสถิติเป็นทีมที่วิ่งเยอะเป็นอันดับ 2 ของลีก โดยสถิติการวิ่งของแข้ง “หงส์แดง” นั้น แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นในเกมของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ลงเล่นไป 10 เกมในรอบ 30 วัน และทีมนี้กำลังจะได้รับการทดสอบอย่างเข้มงวดที่สุดอีกครั้ง โดยฤดูกาลนี้ ฟาน ไดจค์, เฟอร์มิโน่, ,มาเน่, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ ไวจ์นัลดึม ลงเล่นไปมากกว่า 20 เกม และนั่นยังไม่ร่วมเกมที่พวกเขาไปเล่นให้กับทีมชาติของตัวเอง

ภาระงานที่หนักอยู่แล้วของ ลิเวอร์พูล กำลังจะหนักขึ้นมาก แต่ชัยชนะอีกอย่างหนึ่งที่นี่หมายความว่าพวกเขาจะเข้าใกล้การท้าทายข้างหน้าด้วยแรงกระตุ้นที่ยังคงอยู่ข้างหลังพวกเขาอย่างเต็มเปี่ยมกับบรรดาเกมหนักที่รอยอยู่ในเดือนธันวาคม

ตอนนี้ ลิเวอร์พูล กำลังก้าวขึ้นสู่ทุกความท้าทายในการมองหาชัยชนะที่พวกเขาต้องการ และขยับเข้าใกล้แชมป์ที่พวกเขาต้องการมากที่สุด แต่มันยังมีอีกหลายทางที่จะต้องเดินต่อไป แม้ถนนข้างหน้าจะลำบาก แต่ทุกคนแอนฟิลด์ก็เริ่มเชื่อมั่น และมันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับ คล็อปป์ และผู้เล่นของเขาก็เช่นกัน

ตอนนี้ ลิเวอร์พูล กำลังก้าวขึ้นสู่ทุกความท้าทาย

บทความใกล้เคียง