6 ความลับที่ไม่ลับของ ริเบรี (Franck Ribery) ปีกหน้าบากระดับตำนาน

Franck Ribéry

ทุกวันนี้ไม่มีใครกล้าปฏิเสธถึงความสามารถของเขาแน่นอน ฟรองค์ ริเบรี คือตำนานลูกหนังที่ยังมีลมหายใจ ตัวของเขาใช้เท้าสองข้างเขียนหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังอันเกรียงไกรลงไป ในฐานะผู้เล่นเพียงคนเดียวที่มีโอกาสเทียบชั้นกับ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน โรนัลโด้ เขาเคยท้าชิงทั้งคู่ในการคว้ารางวัลบัลลงดอร์มาแล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาแพ้เพราะมูลค่าของตัวเขานั้นด้อยกว่าแค่ในเรื่องยอดการทำประตูที่น้อยกว่าเท่านั้น ! แต่สิ่งอื่นใดนั้น เขาคือตำนานตัวรุกที่เก่งกาจที่สุดอีกคนหนึ่งในวงการฟุตบอล
พรสวรรค์ในการเลี้ยงบอลติดเท้า แย่งยาก มีเท้าสองข้างที่เชื่อใจได้พอๆกัน การผ่านบอลที่แม่นำ และทักษะในการยิงประตูที่คมกริบ แถมทุกวันนี้เขากำลังไปหาความท้าทายในเซเรียอากับทีมฟิออเรนติน่า แต่วันนี้ เราจะมาดูเรื่องราวที่น่าสนใจของ “ไกเซอร์ฟรองค์” กันดีกว่า

แผลเป็นของเขา

เขาเป็นคนที่ไม่เคยอายเลยที่จะพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น “เพราะแผลเป็นบนหน้าของเขา” มันได้เกิดขึ้นในขณะที่เขาเดินทางด้วยรถยนต์กับครอบครัวของเขาในแถบบ้านเกิดที่ Boulogne-sur-Mer ในประเทศฝรั่งเศส และตอนนั้นรถของครอบครัวเขาก็ถูกรถบรรทุกพุ่งเข้ามาชนอย่างแรง และส่งผลให้เขาหน้าไปกระแทกกับกระจกหน้ารถอย่างจัง

ส่วนที่น่ากลัวก็คือ เขานั่งอยู่ที่เบาะหลังแท้ๆ แต่เขาไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัยซึ่งทำให้เหตุการณ์ที่น่ากลัวมากนั้นเกิดขึ้นกับเด็กอายุแค่ 2 ขวบในเวลานั้น บาดแผลที่เขามีคาอยู่บนใบหน้านั้น ทำให้ริเบรีที่ตอนนั้นอายุแค่ 2 ขวบต้องทำการเย็บเกือบ 100 เข็มเลยทีเดียว แต่ ริเบรี ก็ภูมิใจในแผลเป็นนี้มาก

“ปัญหาคือว่าผมนั่งอยู่ด้านหลังและผมก็พุ่งไปข้างหน้าของรถเลยเพราะเป็นผลจากการโดนชนท้ายอย่างแรง ในบางกรณีนะครับ อุบัติเหตุครั้งนี้ช่วยผมได้ มันทำให้ผมแกร่ง ตอนเป็นเด็กนั้นมันคือแรงบันดาลใจ พระเจ้ามอบความแตกต่างนี้ให้ผมมีความไม่เหมือนใคร แผลเป็นนี้เป็นส่วนหนึ่งของผม และผู้คนจะต้องจำผมได้ เพราะผมมีแผลเป็นที่ไม่เหมือนใครนี่แหละ”

“ผมภูมิใจในแผลเป็นของผมมากเลยนะ มันทำให้ผมแข็งแกร่งและหล่อหลอมคาแรคเตอร์ของผมให้แกร่ง คุณต้องมีจิตใจที่แข็งแรงเพื่อต้านทานการเยาะเย้ยของเด็กคนอื่นและการจ้องมองแบบเหยียดๆจากผู้ใหญ่ ดังนั้น ทุกวันนี้ผมก็ยังมีชีวิตอยู่ นี่คือหน้าของผม มันเป็นหน้าของคนที่มีชื่อเสียงไปแล้ว ผมมีความสุขกับใบหน้าของผม ทำไมผมถึงจะต้องไม่มีความสุขล่ะ?”

การเปลี่ยนใจเลื่อมใสในมุสลิมและพระอัลเลาะ

แต่เดิมนั้น ฟรองค์ ริเบรี เกิดในครอบครัวคริสเตียนในย่านที่ค่อนข้างยากจน อย่างไรก็ตามเขาเปลี่ยนมานับถืออิสลามหลังจากแต่งงานกับภรรยาชาววาฮิบะ คู่รักทั้งสองได้พบกันครั้งแรกในฐานะวัยรุ่นในย่าน Chermin-vert และตัวของเขาก็กลายเป็นหนึ่งในคนที่เลื่อมใส่ในศาสนาอิสลามอย่างมาก เมื่อพวกเขาผูกพันตัวเองกับศาสนานี้เพราะการแต่งงาน และริเบรีเองก็ได้พบกับศรัทธาใหม่ในการดำเนินชีวิตของเขา เมื่อเขาเปลี่ยนมาเป็นมุสลิมเต็มตัว แน่นอนเขายกมือของเขาต่อพระอัลเลาะก่อนเริ่มเกมทุกเกม และชื่อในภาษามุสลิมของเขาคือ “บิลาล ยูซุฟ โมฮัมหมัด”

ริเบรี่ ทุ่มเทซ้อมอย่างหนัก

คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของบุนเดสลีกาโดยไม่ใช่นักเตะเยอรมัน

ลีกเยอรมันถูกครอบครองความยิ่งใหญ่โดยเหล่าผู้เล่นชาวเยอรมันเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากพรีเมียร์ลีกที่ผู้เล่นต่างชาติมักจะไปสร้างผลบอลจนครองความยิ่งใหญ่ที่นั่น แต่ไม่ใช่กับบุนเดสลีกา ในลีกเยอรมันนี้นั้นเป็นลีกชาตินิยมที่พวกเขาต้องการพึ่งพากำลังของนักเตะประจำชาติตัวเองมากกว่าจะซื้อใครมาเสริม หรือทำการส่งออกนักเตะไปเล่นยังลีกประเทศ
ในประวัติศาสตร์ของบุนเดสลีกา มีนักเตะที่ไม่ใช่ชาวเยอรมันเพียง 2 คนเท่านั้นที่ได้รางวัลผู้เล่นแห่งปี ใช่แล้ว 1 ใน 2 คนนั้นก็คือริเบรีนั่นเอง

อดีตดาวดังของมาร์กเซย กลายเป็นผู้เล่นต่างชาติคนที่สองที่ชนะรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของบุนเดสลีกาในซีซั่น 2007-08 ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้มอบให้กับริเบรีที่เป็นคนฝรั่งเศส ส่วนนักเตะที่ไม่ใช่ชาวเยอรมันแต่ได้รับรางวัลนักเป็นคนแรกก็คือ ไอตัน กองหน้าชาวบราซิล ทีได้ก่อนหน้าริเบรี 4 ปี

เป็นเจ้าของบาร์ปลอดแอลกอฮอล์

ในฐานะที่เป็นมุสลิมผู้เคร่งครัด ริเบรีเลยกลายเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ห่างจากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งมันมีกฎห้ามไม่ให้ผู้นับถือศาสนาอิสลามแตะต้องสิ่งมึนเมาพวกนี้ แต่นั่นไม่ได้หยุดเขาจากการเปิดบาร์ เขาเน้นให้บาร์ของเขามีเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ในปี 2012 ที่บ้านเกิดของเขาเอง เขาก็ได้เปิดบาร์ปลอดแอลกอฮอล์และตั้งชื่อมันว่า ‘Shahiz” โดยมันเกิดขึ้นหลังจากที่ลูกสาวสองคนของเขาคลอดออกมา และบาร์ที่ปลอดแอลกอฮอล์แห่งนี้ก็ให้บริการเฉพาะน้ำผลไม้และน้ำอัดลมเท่านั้น

เฟอร์รารี่

ริเบรี อาจไม่ใช่ผู้เล่นที่วิ่งเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่เขาก็มีสปีดในการเลี้ยงบอลที่เร็วชนิดหาตัวจับได้ยากเช่นกัน ความเร็วของเขาทำให้แฟนบอลในลีกตุรกีที่เคยเห็นฝีเท้าของเขาตอนอยู่กับกาลาตาซาราย ตั้งสมญานามให้เขาว่า “เฟอร์รารี่” กันเลยทีเดียว

บทความใกล้เคียง